ความรู้เกี่ยวกับที่อุดหู

วิธีการใส่ที่อุดหู

1. Formable Insert Plugs (ปลั๊กอุดหูที่ทำจากโฟม)

คนส่วนใหญ่นิยมใช้อุปกรณ์ป้องกันการได้ยินชนิดนี้ ซึ่งทำมาจากโฟมที่สามารถยืดขยายตัวได้ เวลาใช้งานก็ใช้มือบีบโฟมให้มีขนาดเล็กๆ แหลมๆ แล้วใส่เข้าไปในรูหู ถ้าต้องการใส่ให้กระชับมากขึ้น ให้เอื้อมมือข้ามศีรษะมาดึงใบหูขึ้น แล้วจึงใส่ปลั๊กอุดหูที่ทำจากโฟมเข้าไปในรูหู ข้อดีของปลั๊กอุดหูที่ทำจากโฟม คือ ใส่แล้วกระชับกับรูหูของแต่ละบุคคล มีประสิทธิภาพในการป้องกันการได้ยินดีที่สุด และรู้สึกสบายเมื่อสวมใส่ ข้อเสีย คือ ก่อนที่จะใช้งานพนักงานต้องบีบก้อนโฟมให้มีขนาดและรูปร่างตามที่เราต้องการ ซึ่งทำให้สิ่งสกปรกที่ติดอยู่ที่มือนั้นปนเปื้อนไปที่ก้อนโฟม ทำให้จำนวนการใช้งาน ค่อนข้างสั้น ใช้ไม่กี่ครั้งก็ต้องทิ้ง เพราะว่าสกปรก

http://www.supersafetythailand.com/wp-content/uploads/2015/10/images_5-2225043.jpg

ข้อดีและข้อเสีย

ข้อดี: 1. ราคาถูก
2. ลดระดับความดังของเสียงได้มากกว่าที่อุดหูชนิดอื่น
3. ไม่ระคายเคืองต่อรูหู
4. สามารถใส่ทำงานได้เป็นเวลานานๆ

ข้อเสีย: 1. สิ้นเปลือง เพราะไม่สะดวกที่จะล้างทำความสะอาดเพื่อนำกลับมาใช้และสูญเสียง่าย
2. เสียเวลาในการปั้นให้เป็นรูปก่อนการใช้

 

2. Premolded Plugs (ปลั๊กอุดหูที่ทำจากพลาสติกหรือซิลิโคน)

ปลั๊กอุดหูแบบนี้นั้นจะเป็นแบบมาตรฐานที่ทำจากพลาสติกหรือซิลิโคน ที่ออกแบบให้มีรูปร่างเพื่อให้เหมาะสมกระชับกับรูหู ซึ่งวิธีการใส่ให้ถูกต้องนั้น คือการเอื้อมมือข้ามศีรษะมาดึงใบหูขึ้น แล้วจึงใส่ปลั๊กอุดหูไปในรูหู ข้อดีของปลั๊กอุดหูที่ทำจากพลาสติกหรือซิลิโคน คือ จะมีรูปร่างที่เหมาะสม สะดวกและง่ายต่อการใส่เข้าไปในหู ส่วนข้อเสีย คือ ปลั๊กอุดหูแบบนี้ จะผลิตออกมาเป็นขนาดมาตรฐานเพียงขนาดเดียว ซึ่งอาจมีขนาดที่ใหญ่ไปหรือเล็กเกินไปสำหรับพนักงานบางคน ทำให้ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงดัง

http://www.supersafetythailand.com/wp-content/uploads/2015/10/e.jpg

 

ข้อดีและข้อเสีย

ข้อดี: 1. ล้างทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้
2. สามารถใส่ทำงานได้เวลานานๆ

ข้อเสีย: 1. สูญหายง่าย เป็นเหตุให้สิ้นเปลือง
2. ระคายเคืองหูและบางคนอาจแพ้วัสดุที่ทำที่อุดหู

3. ราคาสูงกว่าแบบต้องปั้นขึ้นรูป

 

ที่ครอบหู (EAR MUFF):

เป็นอุปกรณ์ป้องกันเสียงดัง ที่มีราคาสูงกว่าที่อุดหูมาก วัสดุที่ใช้ทำอุปกรณ์ประเภทนี้มักได้แก่ พลาสติก+โลหะ ความสามรถในการลดความดังของเสียงจะอยู่ในระดับ 25-29 เดซิเบล (เอ)

http://www.supersafetythailand.com/wp-content/uploads/2015/10/ae76184b-a0ca-4950-8661-7a914dc83d5c.jpg

ข้อดีและข้อเสีย

ข้อดี: 1. ทนทาน ถาวรกว่าที่อุดหู ล้างทำความสะอาดได้
2. ใช้ง่ายกว่าที่อุดหู
3. ลดความดังของเสียงได้ดีกว่า

ข้อเสีย: 1. ราคาสูง
2. ไม่เหมาะสมกับงานที่ต้องใส่อยู่เป็นเวลานานๆ
3. มีการบำรุงรักษามากกว่าที่อุดหู

การเลือกอุปกรณ์ป้องกันเสียง

สภาพสังคมปัจจุบัน มีการนำเครื่องจักร รถยนต์  มาใช้อำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิต  กันอย่างกว้างขวาง เช่น  การผลิตสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม  การคมนาคม เครื่องจักร  รถยนต์ เหล่านี้ แม้จะช่วยอำนวยความสะดวก แต่เสียงที่ดังจากการทำงานของเครื่องจักร เครื่องยนต์  ส่งผลกระทบต่อผู้สัมผัสเสียงดังเป็นเวลานาน ๆ   เช่น ตำรวจจราจร  พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ  ซึ่ง เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ทั้งทางร่างกาย  คือ  ความสามารถในการได้ยินลดลง( หูเสื่อม ) และทางจิตใจ คือ โรคเครียด โรคความดันโลหิตสูง

 

วิธีการป้องกันเสียงดังมี 3 แบบหลักได้แก่

1. ป้องกันที่แหล่งกำเนิด เช่น การเปลี่ยนระบบการทำงานของแหล่งกำเนิด  การใช้วัสดุครอบแหล่งกำเนิด   เป็นต้น2. ป้องกันที่ทางเดินของเสียง เช่น การติดตั้งกำแพงกั้นเสียง การทำให้ระยะทางระหว่างแหล่งกำเนิดและผู้รับเสียงเพิ่มขึ้น  เป็นต้น

3. ป้องกันที่ผู้รับเสียง โดยการใช้อุปกรณ์ ที่ครอบหู (Ear muffs) หรือที่อุดหู (Ear plugs) เป็นต้น

การเลือกใช้วิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น งบประมาณที่มี  ลักษณะของสภาพแวดล้อมที่เกิดปัญหา  ลักษณะของปัญหาที่เกิด      ในกรณีของการป้องกันที่ผู้รับเสียง  การเลือกอุปกรณ์ป้องกันเสียง เช่น ที่ครอบหู (Ear muffs) หรือที่อุดหู (Ear plugs) มาใช้ป้องกันเสียง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากเมื่อเทียบกับวิธีอื่น  แต่ควรมีหลักในการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับสภาวะทางเสียงในขณะนั้น เพราะถ้าเลือกซื้อไม่ถูกต้องอุปกรณ์ก็จะป้องกันเสียงได้ไม่มากหรือป้องกันไม่ได้เลย

 

ประเภทของอุปกรณ์ป้องกันเสียง       แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่

1.ที่ครอบหู (ear muff)  ลดเสียงได้ตั้งแต่ 30-40 dB   ลดเสียงที่ความถี่สูงกว่า 400 Hz ได้ดี มี 2 ชนิด คือ แบบที่เป็นโลหะและที่เป็นพลาสติก

 

http://www.supersafetythailand.com/wp-content/uploads/2015/10/ae76184b-a0ca-4950-8661-7a914dc83d5c.jpg

2.ที่อุดหู (ear plugs)  ลดเสียงได้ตั้งแต่ 15-25dB   ลดเสียงที่มีความถี่ต่ำกว่า 400 Hz ได้ดี ทำจากวัสดุหลายชนิด เช่น โฟม ใยหิน ใยแก้ว ฯลฯ

http://www.supersafetythailand.com/wp-content/uploads/2015/10/e.jpg

 

การเลือกอุปกรณ์ป้องกันเสียง      

การเลือกอุปกรณ์ป้องกันเสียงต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆเหล่านี้

1.ไม่เป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมที่กระทำ

2.ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสนทนาหรือสื่อสาร

3. ระดับเสียงที่ต้องการลด และ ความสามารถลดระดับเสียงของอุปกรณ์

ear-wiki

Save

สอบถามทาง Facebook ได้ค่ะ

Comment below

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *